businessowner
วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
E-bay is ??
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีโอกาสเข้าไปที่เว็บของกรมส่งเสริมการส่งออก อ่านข่าวการส่งออกใหม่ๆ จะได้เอามาอัพเดทงานที่ทำอยู่ และเกิดไปสะดุดกับหัวข้อสัมนาหนึ่งที่จัดสัมนาฟรีในนาม "Thai trade" การสัมนานี้เกี่ยวกับการส่งเสริมผู้ประกอบการหันมาใช้ e-commerce เป็นเครื่องมือช่วยในการกระจายสินค้าไปสู่ระบบ global market ได้อย่างง่ายๆ และประหยัดต้นทุน นับว่าเป็นหัวข้อสัมนาที่น่าสนใจเลยทีเดียว
เลยทำให้มานั่งนึกถึงสิ่งที่ตัวเองต่อยอดทำอยู่ในตอนนี้ "E-bay" ....
e-commerce กิจการเล็กๆที่กำลังทำ แต่ก็ไม่ฝันไกลขนาดระดับโลกหรอกนะคะ ทว่าไอ้เจ้าเนี่ยมันก็สามารถนำพาค่าขนมเล็กๆน้อยต่อเดือนมาให้มากอยู่เหมือนกัน
แล้ว E-bay มันคืออะไรล่ะ ??
นั่นน่ะสิ เจ้าอีเบย์มันคืออะไรเหรอ .... อ่าวที่ของนังอีรึเปล่า่ รึว่า อีเบย์เป็นชื่อของแม่ค้า พ่อค้าซักคนในโลกออนไลน์ ...ใช่มั้ย ? แถมเวลาไปเดินร้านหนังสือ ในบรรดา 10 อันดับหนังสือขายดีต้องมีัซักเล่มที่เกี่ยวกับ อีเบย์ สังเกตุง่ายๆ เลยว่าหนังสือจำพวกนี้ จะมีแต่สีเขียว น้ำเงิน เหลือง แดง แลดูเด่นเป็นสง่านักล่ะ ..ไม่ว่าจะเป็น "รวย ง๊ายย.ง่าย ด้วยอีเบย์" , "อีเบย์ รวยได้ง่ายนิสส์เดียว" , "มหาเศรษฐีอีเบย์" สารพัดตำราของหลายๆ กูรู ที่เขียนออกมาขายกันอย่างครึกโครม ชี้ชวนให้อยากรู้นัก "แล้วกรูจะรวยได้จริงป่าว?" มันแยะซะจน ไม่รู้จะหยิบเล่มไหนขึ้นมาร่ำรวยก่อนดี (ถ้าเกิดซื้อมาซัก 3 เล่ม คงรวยไม่รู้เรื่องไปเลยเนอะ)
แต่ขอบอกว่า หนังสือเหล่านั้นสามารถทำให้เงินงอกได้จริงค่ะ แต่มันต้องมีวิชามารประจำกายแต่ละคนนิดหน่อย ง่ายๆก็คือกลยุทธของแต่ละบุคคลนั่นเอง ผสมกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการขาย (ถ้าใครโปรแล้วก็ถือว่าสร้างทุนเดิมมาดีก็แล้วกัน) บวกกับฝีมืออีกนิสส์นึง...
ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่า แล้วเราจะเริ่มต้นกับเจ้าขบวนการสี่สี เขียว น้ำเงิน เหลือง แดง นามว่า "อีเบย์ "
ที่มา : http://yoshigu.blogspot.com/
เลยทำให้มานั่งนึกถึงสิ่งที่ตัวเองต่อยอดทำอยู่ในตอนนี้ "E-bay" ....
e-commerce กิจการเล็กๆที่กำลังทำ แต่ก็ไม่ฝันไกลขนาดระดับโลกหรอกนะคะ ทว่าไอ้เจ้าเนี่ยมันก็สามารถนำพาค่าขนมเล็กๆน้อยต่อเดือนมาให้มากอยู่เหมือนกัน
แล้ว E-bay มันคืออะไรล่ะ ??
นั่นน่ะสิ เจ้าอีเบย์มันคืออะไรเหรอ .... อ่าวที่ของนังอีรึเปล่า่ รึว่า อีเบย์เป็นชื่อของแม่ค้า พ่อค้าซักคนในโลกออนไลน์ ...ใช่มั้ย ? แถมเวลาไปเดินร้านหนังสือ ในบรรดา 10 อันดับหนังสือขายดีต้องมีัซักเล่มที่เกี่ยวกับ อีเบย์ สังเกตุง่ายๆ เลยว่าหนังสือจำพวกนี้ จะมีแต่สีเขียว น้ำเงิน เหลือง แดง แลดูเด่นเป็นสง่านักล่ะ ..ไม่ว่าจะเป็น "รวย ง๊ายย.ง่าย ด้วยอีเบย์" , "อีเบย์ รวยได้ง่ายนิสส์เดียว" , "มหาเศรษฐีอีเบย์" สารพัดตำราของหลายๆ กูรู ที่เขียนออกมาขายกันอย่างครึกโครม ชี้ชวนให้อยากรู้นัก "แล้วกรูจะรวยได้จริงป่าว?" มันแยะซะจน ไม่รู้จะหยิบเล่มไหนขึ้นมาร่ำรวยก่อนดี (ถ้าเกิดซื้อมาซัก 3 เล่ม คงรวยไม่รู้เรื่องไปเลยเนอะ)
แต่ขอบอกว่า หนังสือเหล่านั้นสามารถทำให้เงินงอกได้จริงค่ะ แต่มันต้องมีวิชามารประจำกายแต่ละคนนิดหน่อย ง่ายๆก็คือกลยุทธของแต่ละบุคคลนั่นเอง ผสมกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการขาย (ถ้าใครโปรแล้วก็ถือว่าสร้างทุนเดิมมาดีก็แล้วกัน) บวกกับฝีมืออีกนิสส์นึง...
ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่า แล้วเราจะเริ่มต้นกับเจ้าขบวนการสี่สี เขียว น้ำเงิน เหลือง แดง นามว่า "อีเบย์ "
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
โปรดติดตาม การสร้างธุรกิจ ด้วย ebay เร็วๆนี้
การสร้างธุรกิจด้วยตลาดที่ใหย่ที่สุดในโลกอินเตอร์เนต โดยน้องโย โปรดติดตาม
สร้างธุรกิจด้วยแนวคิด
ทุกๆสิ่งรอบๆตัวเรา สามารถนำมาผ่านกระบวนการคิดแล้วสร้างเป็นธุรกิจได้แนวคิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการก่อสร้างธุรกิจของ โจ และโจเรียกแนวคิดแบบนี้ว่าจับเสือมือเปล่า(โดยสมอง) การทำธุรกิจสิ่งที่สำคัญคือการสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่จดจำได้ของลูกค้า สร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนในองค์กร กับลูกค้า และกับผุ้ที่จะมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของเราในอนาคต จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ โจมีขั้นตอนแนวคิดในการสร้างธุรกิจดังนี้
1.ทำตัวเป็นนักสังเกตุเรียนรู้รอบๆตัวเราว่าอะไรเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างรายได้ให้เราได้ อะไรที่ผู้คนถามหา อะไรที่เราจะสามารถตอบคนเหล่านั้นได้
2.ปลูกแนวคิดดีๆจากข้อหนึ่งให้เป็นต้นกล้าแห่งความคิด ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ตอบปัญหาข้อสงสัียต่างๆจากการหาข้อมูลสอบถามเฉพาะส่วนที่จำเป็น ข้อแนะนำอย่าเอาแนวคิดทั้งหมดไปสอบถาม เช่น อย่าไปถามว่า พี่ๆธุรกิจนี้ผมจะทำดีไหมครับ แล้วจะประสบความสำเร็จไหมครับ คำถามพวกนี้ห้ามเอาไปถามเด็ดขาดเพราะเมื่อเราไปถามกับคนที่มีแนวคิดลบ คนที่ไม่หวังดีกับเราจริงๆ คนที่จ้องจะก๊อปปี้แนวคิดมันอันตรายมาก จงถามเฉพาะส่วนที่เราหาคำตอบไม่ได้จริงๆแต่อย่าเผยไตร๋ทั้งหมดเชียว
3.ทำให้ต้นกล้าความคิดงอกงามเป็นธุรกิจที่มั่นคง ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้า สร้างเครือข่ายผู้บริโภค การรวบรวมผู้ร่วมงาน การสร้างตลาด การเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในแต่ละธุรกิจก็มีเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท โดยทั่วไปแต่ละบริษัทก็จะสร้างสิ่งเหล่านี้ซึ่งโจเรียกมันว่าวัฒนธรรมองกรค์แสดงออกมาแตกต่างกัน
1.ทำตัวเป็นนักสังเกตุเรียนรู้รอบๆตัวเราว่าอะไรเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างรายได้ให้เราได้ อะไรที่ผู้คนถามหา อะไรที่เราจะสามารถตอบคนเหล่านั้นได้
2.ปลูกแนวคิดดีๆจากข้อหนึ่งให้เป็นต้นกล้าแห่งความคิด ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ตอบปัญหาข้อสงสัียต่างๆจากการหาข้อมูลสอบถามเฉพาะส่วนที่จำเป็น ข้อแนะนำอย่าเอาแนวคิดทั้งหมดไปสอบถาม เช่น อย่าไปถามว่า พี่ๆธุรกิจนี้ผมจะทำดีไหมครับ แล้วจะประสบความสำเร็จไหมครับ คำถามพวกนี้ห้ามเอาไปถามเด็ดขาดเพราะเมื่อเราไปถามกับคนที่มีแนวคิดลบ คนที่ไม่หวังดีกับเราจริงๆ คนที่จ้องจะก๊อปปี้แนวคิดมันอันตรายมาก จงถามเฉพาะส่วนที่เราหาคำตอบไม่ได้จริงๆแต่อย่าเผยไตร๋ทั้งหมดเชียว
3.ทำให้ต้นกล้าความคิดงอกงามเป็นธุรกิจที่มั่นคง ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้า สร้างเครือข่ายผู้บริโภค การรวบรวมผู้ร่วมงาน การสร้างตลาด การเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในแต่ละธุรกิจก็มีเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท โดยทั่วไปแต่ละบริษัทก็จะสร้างสิ่งเหล่านี้ซึ่งโจเรียกมันว่าวัฒนธรรมองกรค์แสดงออกมาแตกต่างกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

